Quality of Life Observer Health คนทำงานหนักต้องรู้ ออฟฟิศซินโดรมไม่ได้มาจากท่านั่งอย่างเดียว

คนทำงานหนักต้องรู้ ออฟฟิศซินโดรมไม่ได้มาจากท่านั่งอย่างเดียว

หาหมอออฟฟิศซินโดรม

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ทำงานหนักจนรู้สึกปวดเมื่อยตามร่างกายอยู่บ่อยครั้ง และมักจะโทษว่าสาเหตุมาจากท่านั่งที่ไม่ถูกต้องเพียงอย่างเดียว คงถึงเวลาที่ต้องลองเปลี่ยนความคิดใหม่ เพราะความจริงแล้วออฟฟิศซินโดรมเป็นกลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อและกระดูกที่พบได้บ่อยในคนวัยทำงาน และไม่ได้มีสาเหตุจากปัจจัยด้านสรีระเท่านั้น แต่ยังเกิดจากหลายปัจจัยที่ทำงานร่วมกัน หากคุณมีอาการเรื้อรังและเริ่มสงสัยว่าต้องไปหาหมอออฟฟิศซินโดรมแล้วละก็ ลองมาทำความเข้าใจสาเหตุทั้งหมดเพื่อรับมือได้อย่างตรงจุดกันก่อนเลย

สาเหตุของการเกิดออฟฟิศซินโดรมที่คุณอาจไม่เคยรู้

จริงอยู่ที่การจัดสภาพแวดล้อมในการทำงาน เช่น ความสูงของโต๊ะ เก้าอี้ และตำแหน่งจอคอมพิวเตอร์ มีความสำคัญอย่างมากในการป้องกันอาการปวดเรื้อรังจากการทำงาน แต่การมีท่านั่งที่ถูกต้องก็อาจไม่เพียงพอ เพราะยังมีอีกหลายปัจจัยที่ส่งผลให้คุณต้องไปหาหมอออฟฟิศซินโดรม ดังนี้

1. ความเครียดสะสมและสุขภาพจิต ความเครียดเรื้อรังจากการทำงานหนักหรือความกดดันเรื่องเดดไลน์ ส่งผลให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนความเครียดออกมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้กล้ามเนื้ออยู่ในภาวะหดเกร็งโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะบริเวณคอ บ่า และไหล่ ซึ่งเป็นจุดที่รับน้ำหนักมากที่สุด การเกร็งตัวนี้เกิดขึ้นแม้ในขณะที่คุณนั่งด้วยท่าที่ถูกต้องแล้วก็ตาม เมื่อความเครียดสะสมไปนานเข้า กล้ามเนื้อก็จะเกิดอาการปวดตึงและอักเสบเรื้อรังได้

2. การทำงานซ้ำซากและขาดการเคลื่อนไหว แม้ว่าท่านั่งของคุณจะ ถูกต้องตามหลักสรีระ แต่หากต้องทำกิจกรรมซ้ำ ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น การพิมพ์ การใช้เมาส์ หรือการอยู่หน้าจอเป็นเวลานานโดยไม่มีการพัก กล้ามเนื้อและข้อต่อส่วนนั้นก็จะถูกใช้งานมากเกินไปจนเกิดการบาดเจ็บเล็ก ๆ น้อย ๆ สะสมได้ และการเคลื่อนไหวที่น้อยเกินไปนี้เอง ที่ทำให้การไหลเวียนโลหิตลดลง กล้ามเนื้อขาดออกซิเจนและเกิดของเสียสะสมจนในที่สุดต้องไปหาหมอออฟฟิศซินโดรมเพื่อรักษาอาการ

3. ปัญหาสายตาและแสงสว่างที่ไม่เพียงพอ แสงสะท้อนจากหน้าจอทำให้ดวงตาต้องทำงานหนักขึ้น จนเกิดอาการปวดตา ตามัว และตาล้าได้ เมื่อดวงตาทำงานหนัก ร่างกายจะตอบสนองโดยการโน้มศีรษะเข้าใกล้จอโดยอัตโนมัติ ทำให้เกิดการเกร็งคอและบ่าเพื่อชดเชยการมองเห็นที่ไม่ชัดเจน ปัญหานี้จึงกลายเป็นอีกสาเหตุหลักของอาการปวดคอเรื้อรัง

วิธีจัดการแก้ไขปัญหาออฟฟิศซินโดรมแบบองค์รวม

เมื่อรู้แล้วว่าออฟฟิศซินโดรมไม่ได้มีแค่เรื่องท่านั่ง ดังนั้นควรปรับวิธีการดูแลตัวเองแบบองค์รวม เพื่อป้องกันอาการปวดเรื้อรัง และหลีกเลี่ยงการต้องไปหาหมอออฟฟิศซินโดรม ต่อไปนี้คือวิธีการปฏิบัติง่าย ๆ ที่คุณสามารถเริ่มทำได้ทันที

1. จัดสรรเวลาพักทำงาน หากไม่ต้องการไปหาหมอออฟฟิศซินโดรม ก็จำเป็นต้องจัดสรรเวลาการหยุดพักสั้น ๆ ทุก 30-60 นาที โดยการเปลี่ยนอิริยาบถ เช่น พักสายตาโดยมองไปที่ไกล ๆ หรือหลับตาพักประมาณ 20 วินาที จากนั้นให้หมุนคอ บ่า และไหล่ช้า ๆ รวมถึงบริหารข้อมือและนิ้วมือ หรืออาจลุกเดินเพื่อยืดเส้นยืดสาย เป็นต้น

2. ฝึกการจัดการความเครียด การลดความเครียดช่วยคลายการเกร็งของกล้ามเนื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลองใช้เทคนิคการฝึกหายใจเข้า-ออกลึก ๆ ช้า ๆ หรือนอนหลับอย่างมีคุณภาพ ช่วยให้กล้ามเนื้อได้ซ่อมแซมตัวเองอย่างเต็มที่

3. ปรับสภาพแวดล้อมด้านอื่น ๆ นอกจากเก้าอี้แล้ว ให้ใส่ใจในปัจจัยต่าง ๆ ที่ส่งผลต่ออาการปวดเช่น แสงสว่าง, ตำแหน่งจอ หรืออุณหภูมิห้อง เพราะมีส่วนทำให้กล้ามเนื้อเกิดอาการปวดและเกร็งตัวได้

ออฟฟิศซินโดรมเป็นภาวะที่เกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นด้านกายภาพ จิตใจ หรือสิ่งแวดล้อม การทำความเข้าใจว่าปัญหานี้ไม่ได้มาจากท่านั่งที่ไม่ถูกต้องเพียงอย่างเดียว จะช่วยให้คุณสามารถดูแลตัวเองได้อย่างครอบคลุมมากขึ้น อย่างไรก็ตาม หากมีอาการชา แขนขาอ่อนแรง หรือปวดรุนแรงจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ควรปล่อยไว้ ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์ หาหมอออฟฟิศซินโดรม เพื่อตรวจประเมินอาการอย่างเหมาะสม เพื่อไม่ให้อาการลุกลามหรือเรื้อรังในอนาคต

Related Post